หลายคนมีความสนใจติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อลดค่าไฟและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่อาจยังไม่ทราบว่า การติดตั้งโซล่าเซลล์นั้นจำเป็นต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตตามกฎหมาย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ บทความนี้จะชี้แจงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ฉบับอัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2568 ให้ทุกคนได้เข้าใจอย่างละเอียด
ทำไมต้องมีการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์
การติดตั้งโซล่าเซลล์ไม่ใช่เพียงแค่การนำแผงมาวางบนหลังคาเท่านั้น แต่เป็นการดัดแปลงโครงสร้างอาคารและระบบไฟฟ้า ซึ่งต้องคำนึงถึงความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 การขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และช่วยรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานทดแทนเพื่อการพัฒนาในอนาคต
ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ระบบไหนที่ต้องขออนุญาตการไฟฟ้า

การพิจารณาว่าต้องขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของระบบที่คุณเลือกใช้ ดังนี้
- ระบบออนกริด (On-Grid) เป็นระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าจากทั้งโซล่าเซลล์และการไฟฟ้าสลับกันไป ระบบนี้จำเป็นต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก
- ระบบไฮบริด (Hybrid) เป็นระบบที่ผสมผสานระหว่างการใช้ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ การเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งระบบนี้ก็ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้าเช่นกัน เพราะมีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า
- ส่วนระบบออฟกริด (Off-Grid) เป็นระบบที่ไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า สามารถใช้งานได้ทันทีที่ติดตั้งเสร็จ
หลักเกณฑ์ในการยื่นขออนุญาตเพื่อติดตั้งโซล่าเซลล์
การขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์มีหลักเกณฑ์แตกต่างกันไปตามขนาดกำลังการติดตั้งของระบบ ซึ่งส่งผลต่อขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม โดยแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 3 เงื่อนไขดังนี้
- เงื่อนไขที่ 1 ระบบโซล่าเซลล์มีกำลังการผลิตน้อยกว่า 200 กิโลวัตต์พีค (kWp) เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก ขั้นตอนการขออนุญาตมักไม่ซับซ้อนมากนัก
- เงื่อนไขที่ 2 ระบบโซล่าเซลล์มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 200 ถึง 1,000 กิโลวัตต์พีค (kWp) เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ ซึ่งอาจมีขั้นตอนการพิจารณาที่ละเอียดขึ้น แนะนำให้ใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาหรือบริษัทติดตั้งที่มีประสบการณ์
- เงื่อนไขที่ 3 ระบบโซล่าเซลล์มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,000 กิโลวัตต์พีค (kWp) มักเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือโซล่าร์ฟาร์ม ซึ่งมีขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อนและอาจต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
4 ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ อัปเดต 2568

การขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่หากเข้าใจขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น โดยมีขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอนดังนี้
1. ยื่นใบขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ต่อหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น
ขั้นตอนแรกในการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ คือการแจ้งหรือขออนุญาตดัดแปลงอาคารกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารที่จะรองรับน้ำหนักของแผงโซล่าเซลล์ โดยต้องมีวิศวกรโยธาที่มีใบประกอบวิชาชีพรับรองความแข็งแรงของโครงสร้าง
การยื่นเรื่องจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ตามขนาดพื้นที่และน้ำหนักการติดตั้ง
- ยื่นใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) ใช้ในกรณีติดตั้ง Solar Rooftop ที่มีพื้นที่เกิน 160 ตารางเมตร และมีน้ำหนักรวมเกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างอาคารที่ต้องขออนุญาตอย่างเป็นทางการ
- ยื่นใบคำร้องแจ้งให้ทราบ ใช้ในกรณีติดตั้ง Solar Rooftop ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 160 ตารางเมตร และน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เป็นลักษณะการแจ้งหน่วยงานให้รับทราบโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตเต็มรูปแบบ
2. แจ้งขอยกเว้นการขอใบอนุญาตจากสำนักงาน กกพ.
หลังได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อขอยกเว้นหรือขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ซึ่งพิจารณาตามกำลังการผลิตของระบบ
- หากระบบโซล่าเซลล์มีกำลังผลิต มากกว่า 200 kVA แต่ไม่เกิน 1,000 kVA สามารถยื่นเรื่องเพื่อ ขอยกเว้น การรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า
- หากระบบมีกำลังผลิต มากกว่า 1,000 kVA เช่น โครงการโซล่าโรงงานขนาดใหญ่ ต้องยื่นขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า อย่างเป็นทางการ
การยื่นสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงาน กกพ. หรือผ่านเว็บไซต์ www.erc.or.th/th เมื่อดำเนินการเสร็จจะได้รับหนังสือรับรองการประกอบกิจการพลังงานในสถานะที่ได้รับยกเว้นหรือได้รับอนุญาตตามประเภทโครงการ
3. ขออนุญาตเชื่อมต่อระบบกับโครงข่ายไฟฟ้า (กฟน. / กฟภ.)
เมื่อผ่านขั้นตอนด้านเอกสารและใบอนุญาตแล้ว ต้องยื่นเรื่องขอเชื่อมต่อระบบโซล่าเซลล์เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบการใช้งาน
- ใช้ไฟฟ้าเพื่อบริโภคภายในอาคารเท่านั้น โดยต้องออกแบบระบบป้องกันไม่ให้จ่ายไฟย้อนกลับเข้าสู่โครงข่าย
- ใช้ไฟฟ้าในอาคาร และขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า (อัตราประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย) โดยเจ้าของระบบต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 ตามข้อกำหนด
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นเรื่อง ได้แก่
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้บริษัทดำเนินการแทน)
- รูปถ่ายแผงและอินเวอร์เตอร์
- ใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1)
- แบบโครงสร้างรับรองโดยวิศวกรโยธา
- แบบ Single Line Diagram รับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า
- รายละเอียดสเปกอุปกรณ์ (Specification)
- เอกสาร Mini COP มาตรฐานการติดตั้ง
ผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นเรื่องกับการไฟฟ้านครหลวง
พื้นที่อื่นทั่วประเทศยื่นกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และควรตรวจสอบโควต้าการรับเชื่อมต่อระบบก่อนยื่นทุกครั้ง
4. รับการตรวจสอบระบบและเปลี่ยนมิเตอร์
หลังเอกสารได้รับอนุมัติเบื้องต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบหน้างานเพื่อยืนยันความถูกต้องของระบบ จากนั้นจะดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัล พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับเข้าสู่โครงข่าย
ขั้นตอนนี้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ค่าตรวจสอบระบบ
- ค่ามิเตอร์ดิจิทัล
- ค่าอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อน
- ค่าใช้จ่ายด้านเทคนิคอื่น ๆ
ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 5,000 – 20,000 บาท ขึ้นกับขนาดระบบและพื้นที่ให้บริการ เมื่อดำเนินการครบถ้วนแล้ว ระบบโซล่าเซลล์จะสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สรุปบทความ
การขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก คือ การขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น การแจ้งต่อ กกพ. การขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า และการตรวจสอบระบบ แม้จะดูยุ่งยาก แต่เป็นการรับรองว่าระบบของคุณมีความปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐาน
สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้ GreenYellow ช่วยดูแลกระบวนการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อให้คุณได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยบริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ Solar PPA พร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์โรงงานโดยไม่ต้องลงทุนเอง มีตัวเลือกทั้งระบบ On Grid และแบบมีแบตเตอรี่ โดยให้บริการตั้งแต่การตรวจสอบพื้นที่เพื่อออกแบบโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด พร้อมดูแลบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- เบอร์โทรศัพท์ 02-079-8081
- LINE ID: @greenyellowth
- อีเมล greenyellow@greenyellow.com





